Skip to navigation Skip to navigation Skip to search form Skip to login form Skip to footer Skip to main content

User blog: วิลาไล สาทิสรัตนโสภิต

ระดับของปัญญา

ปัญญามี 2 ระดับ คือ

     1. ปัญญาโลกีย์

     2. ปัญญาโลกุตระ

1. ปัญญาโลกีย์     หากเราไม่ภาวนาฝึกปฏิบัติ อบรมตนเอง ถึงจะมีปัญญาเพียงใด เป็นเพียง ปัญญาโลกีย์ จะหลุดพ้นไปไม่ได้ มันเวียนตามโลก จิตเป็นโลก คิดแต่จะหามาใส่ตัว อยู่ไม่เป็นสุข หาไม่รู้จักพอ วิชาโลกีย์กลายเป็นอวิชา หาใช่วิชาความรู้แจ้งไม่ ไม่จบสักที ตามลาภ ยศ สรรเสริญ ทำใจให้ติดข้อง กิเลสกองใหญ่

2. ปัญญาโลกุตระ  อยู่ได้ยาก ผู้ใดหวัง มรรค ผล นิพพาน จึงจะทนอยู่ได้ ทำตนเป็นคนมักน้อยสันโดษ กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย ทำให้มันหมดโลกีย์ (ความใคร่ในความสุขความทุกข์ ความดี ความชั่ว) ปฏิบัติให้หมดอุปทาน พิจารณาซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ให้มันเพื่อให้หน่าย จะเกิดนิพพาน ซึ่งเกิดได้ยาก ต้องเห็นโทษในกาม เห็นประโยชน์ในการละกามจึงจะทำได้



อาหารของใจ

อาหารของใจที่แท้จริงคือ  บุญและกุศล 

เพื่อสละและปล่อยวาง จัดเป็นทานบารมี พระพุทธเจ้า

อาศัยทานบารมีเป็นเบื้องต้น

ความเจริญ  ความเสื่อม  ที่แท้จริงนั้น  อยู่ที่ใจของเรา

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ทางจิต  เพราะกายมันไม่รู้จักอะไร  กายจะให้มันกินก็ได้  ไม่กินก็ได้  การตรัสรู้ทั้งหลายอยู่ที่จิต  ท่านได้ออกจากการปฏิบัติทรมานกาย เดินทางสายกลาง (ไม่ตึง ไม่หย่อน) ท่านให้วางทั้งทุกข์และสุข หาความพอดี

ชีวิตมีทางเลือก 2 ทาง คือ

1. คล้อยตามไปกับโลก

2. ปฏิบัติให้อยู่เหนือโลก พระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติตนจนพระองค์เองพ้นโลก

บุญ - บาป

บุญ มากกว่า บาป      -เป็นเทวดา (ละอาย เกรงกลัวต่อบาป  พรหม (เมตตา)  พระนิพพาน (ปัญญา)

บุญ เท่ากับบาป         -เป็นมนุษย์

บุญ น้อยกว่าบาป       -อบายภูมิ คือ        

     เดรัจฉาน  ทำบาป  ด้วยความไม่รู้

     เปรต       ทำบาป  ด้วยความโลภ

     อสุรกาย   ทำบาป  ด้วยความกลัว

     นรก        ทำบาปด้วยความอาฆาต พยาบาท


ธรรมสบาย ๆ แต่มีคุณค่า

ธรรมสบาย ๆ แต่มีคุณค่า

ทางโลก     -สุขต้น ทุกข์ปลาย      ทุกข์ไม่รู้จักจบต้องเกิดมาอีก

ทางธรรม    -ทุกข์ต้น สุขปลาย      จบ พบนิพาน ไม่ต้องเกิดอีกต่อไป (จิตเกษม)

สมอง          -เป็นผู้ประสานงาน     การทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย

จิต               -เป็นผู้สั่งกาย(สมอง)    การทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย

นักวิทยาศาสตร์   -ไม่เห็นใจ เห็นแต่สมอง สมองเสื่อมเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต แขน ขา ขยับไม่ได้

กายและใจ   -แยกจากกัน เห็นได้ชัดตอนนิ่ง - นั่งสมาธิ

กาย              -เป็นดิน น้ำ ลม ไฟ  ตาย  >  เผา - ฝัง

ใจ                -คือผู้รู้ (ใจ)   >  ผู้คิด (จิต)   >  ตายเป็นดวงวิญญาณ (อยู่ในโลกทิพย์)ไปเกิดใหม่เพราะ ใจ ไม่มีวันตาย สิ่งที่สั่งสมไว้ในใจคือ บุญ – บาป



  
Scroll to top